สน.ห้วยขวาง Smart Safety Zone 4.0

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ถ่ายภาพร่วมกับ พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง ในวันเปิดโครงการ
พื้นที่ดำเนินโครงการ

         สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ตั้งอยู่เลขที่ 2000 ถนoประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่รับผิดชอบ 7.61 ตารางกิโลเมตร

         จากการประชุมภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม หรือ Big 6 ได้มีฉันทามติคัดเลือกพื้นที่ในการดำเนินการตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 โดยใช้ชื่อเรียกว่า “Smart Safety Zone 4.0 รัชดา-ห้วยขวาง” มีพื้นที่ 1.69 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 24,993 คน มีบ้านเรือน 13,583 หลังคาเรือน โดยมีเหตุผลในการคัดเลือกดังนี้

         Risk – มีอัตราการรับแจ้งเหตุคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ในเขตพื้นที่คัดเลือกเข้าร่วมโครงการในอัตราที่สูง เมื่อเทียบกับอัตราส่วนของพื้นที่ทั้งหมด

         Landmark – เป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และศาลพระพิฆเนศ

         Economic –  เป็นทำเลสู่การเติบโตด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เช่น การเพิ่มขึ้นของคอนโดมิเนียม มีการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นโครงการเชิงพาณิชย์และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงมีศูนย์การค้าที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน ห้างสรรพสินค้าเอสพลานาด และตลาดนัดรถไฟรัชดา

การดำเนินการตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0

         1.ภายในสถานีตำรวจ

         สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้จัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการ Command and Control Operations Center (CCOC) เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร จำนวน 76 ตัว เชื่อต่อกัลป์กล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 105 ตัว เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดของภาคีเครือข่าย จำนวน 17 ตัว รวมทั้งสิ้น 198 ตัว เชื่อมต่อดับระบบ Crime เพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลในฐานระบบ มีการใช้ระบบ Police 4.0 ในการออกตรวจพื้นที่ การตรวจเยี่ยมประชาชน การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด การลงข้อมูลกล้อง CCTV และการลงข้อมูลเหตุในเมนู Crime Mapping มีการสร้าง Line Official Account โดยใช้ชื่อว่า “สน.ห้วยขวาง” และตั้งกลุ่มไลน์ภาคีเครือข่ายต่างๆในการติดต่อสื่อสารกับประชาชน รวมถึงการรับแจ้งเหตุต่างๆ มีการนำแอปพลิเคชันและสื่อโซเชียลมาใช้เพิ่มเติม ได้แก่ Crimes Online, Facebook, Police i lert u, Youtube

         2.ภายนอกสถานีตำรวจ

         ประชาสัมพันธ์โครงการ Smart Safety Zone 4.0 ผ่านหน้าจอ LED ของห้างสรรพสินค้า The Street ห้างสรรพสินค้า CW Tower และบริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 7 (นาทอง) และยังได้มีการประชาสัมพันธ์โดยการใช้ป้ายไวนิล ติดตามจุดต่างๆเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันหันกล้องวงจรปิดของตนเองอย่างน้อย 1 ตัว โดยให้หันมุมกล้องออกมายังถนนหรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคนร้าย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันกับภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ เช่น การตัดแต่งกิ่งไม้ที่บดบังทัศนวิสัย การติดตั้งหลอดไฟในจุดที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ การทำความสะอาดบริเวณสะพานลอยและป้ายรถประจำทาง

         ตามนโยบายสำนักงานตำราจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำ โครงการ “ Smart Safety Zone 4.0” มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนารูปแบบวิธีการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก การสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากอาชญากรรม จัดระบบการป้องกันอาชญากรรมในรูปแบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยใช้นวัตกรรมและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางตามแนวคิดเรื่อง “เมืองอัจฉริยะ หรือ SMART CITY” อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยจากอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

         เหตุผลของการนำร่องโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีสถานที่สำคัญตั้งอยู่ มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อให้การป้องกันอาชญากรรมในโครงการดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง​ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้นำนวัตกรรมมาใช้ในการการป้องกันเหตุอย่างเข้มข้น เช่น แอปพลิเคชัน Police 4.0, จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ​สั่งการและควบคุมเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม (ศูนย์ควบคุม CCOC), ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมในการป้องกันอาชญากรรม, คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง และแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นเป็นต้น

         ภายใต้การร่วมมือของคณะกรรมการตรวจสอบและติตตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง (กต.ตร.สน.ห้วยขวาง) และพันธมิตรหลักของชุมชน 6 กลุ่ม (BIG 6) ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ,ผู้อาศัยในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ,หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน ซึ่งมีกิจกรรมที่ต้องดำเนินการร่วมกัน อาทิ เช่น การวิเคราะห์จุดเสี่ยงในพื้นที่ร่วมกัน ,การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมในการป้องกันอาชญากรรม ตลอดจนการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ